ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ฐานข้อมูล เรื่อง ภูมิปัญญาศิลปหัตถกรรมกระดาษกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี"

จาก KPPStudies
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
(สร้างหน้าด้วย "=='''ข้อมูลทั่วไป'''== ==='''ชื่อเรียก'''=== กระดาษกล้วย ชุมชนเท...")
 
 
แถว 19: แถว 19:
 
               ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลยางสูง กิ่งอำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร  
 
               ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลยางสูง กิ่งอำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร  
 
           '''อาชีพ'''  
 
           '''อาชีพ'''  
           อาชีพหลัก ทานา อาชีพเสริม ค้าขาย สาธารณูปโภค จานวนครัวเรือนที่มีไฟฟ้าใช้ในเขต อบต. 1,028 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 75.00 ของจานวนหลังคาเรือน การเดินทาง ออกจากตัวจังหวัดมาทางทิศใต้ หรือออกจากตัวกิ่งอาเภอบึงสามัคคี 12 กม. การเดินทางไปมาสะดวก มีถนนเชื่อมติดต่อทุกหมู่บ้าน ตาบล อาเภอ และจังหวัด เดินทางโดยรถยนต์เท่านั้น
+
           อาชีพหลัก ทำนา
ความเป็นมาของกระดาษกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี เกิดขึ้นจากการร่วมตัวของประชาชนในชุมชนเทพนิมิตสามัคคี ที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรปลูกกล้วย ซึ่งพบว่าหลังจากตัดกล้วยขายแล้ว ต้นกล้วยต้องตัดทิ้งเป็นจานวนมาก จึงมีแนวคิดที่จะน้าต้นกล้วยที่ตัดทิ้งมาใช้ประโยชน์จึงได้ดาเนินการจัดทาโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากต้นกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี อาเภอบึงสามัคคี จังหวัดกาแพงเพชร ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน
+
          อาชีพเสริม ค้าขาย  
2
+
          '''สาธารณูปโภค'''
หลักการและเหตุผลของโครงการ คือ การปฏิรูปภาคการเกษตรให้เกิดผลสาเร็จจาเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชุม เริ่มจากการคิด วิเคราะห์ปัญหา และเสนอความต้องการในการแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและดาเนินโครงการด้วยการน้อมนาหลักการ ทฤษฎีและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานไว้ และให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี(พ.ศ.2560 - 2579) ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศ และภาค การเกษตร รวมทั้งให้ความสาคัญกับการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง จนถึง ปลายทาง โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายในการพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้า เกษตร (ศพก.) ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางการเกษตรของชุมชน และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาการ เกษตรในระดับพื้นที่ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้จัดทาาโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนโดยมีหลักการสาคัญคือ ให้ชุมชนเป็นผู้กาหนดโครงการพัฒนาโดยผ่านกระบวนการ มีส่วนร่วมของชุมชน และบริหารจัดการโครงการด้วยตนเอง ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจาก จะทาให้เกิดการพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนแล้ว ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกการทางานในพื้นที่ ทาให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์และนาไปปฏิบัติจริงเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับสภาพของท้องถิ่นและชุมชนอันจะส่งผลต่อเนื่องให้ภาคการเกษตรมีความ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป
+
          จำนวนครัวเรือนที่มีไฟฟ้าใช้ในเขต อบต. 1,028 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 75.00 ของจานวนหลังคาเรือน  
โดยมีนางฉวีวรรณ อินทยา อายุ 45 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 6 กึ่งอาเภอบึงสามัคคี จังหวัดกาแพงเพชร เป็นหัวหน้าโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากต้นกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากจังหวัดกาแพงเพชร ให้ดาเนินการจัดทาตามโครงการดังกล่าว ซึ่งนางฉวีวรรณ อินทยา ได้ศึกษาเรียนรู้ร่วมกับกลุ่มสมาชิก กับกระบวนการขั้นตอนการทากระดาษกล้วย โดยศึกษาจากอินเตอร์เน็ต ศึกษาจากผู้รู้เกี่ยวกับการทากระดาษสา และได้ลองผิดลองถูกจนได้กระดาษกล้วยออกมาเป็นผลิตภัณฑ์
+
          '''การเดินทาง'''
ซึ่งในปัจจุบันได้มีการผลิตภัณฑ์กระดาษกล้วยเป็นแผ่น และทาเป็นเชือกกล้วย เพื่อเป็นนาไปต่อยอดทาผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์กับสินค้าในชุมชน โดยส่วนใหญ่จะผลิตตามรายการสั่งสินค้าจากลูกค้าต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่นาไปเป็นบรรจุภัณฑ์กับสินค้า และทางกลุ่มมีความต้องการในการพัฒนากระดาษกล้วยให้มีความคงทนมากกว่าปัจจุบัน และแปรรูปให้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย หรือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้ให้กลับกลุ่มเพิ่มมากขึ้น
+
          ออกจากตัวจังหวัดมาทางทิศใต้ หรือออกจากตัวกิ่งอาเภอบึงสามัคคี 12 กม. การเดินทางไปมาสะดวก มีถนนเชื่อมติดต่อทุกหมู่บ้าน ตาบล อาเภอ และจังหวัด เดินทางโดยรถยนต์เท่านั้น
5. วัสดุผลิตภัณฑ์ : กระดาษกล้วย
+
          '''ความเป็นมาของกระดาษกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี'''
6. ประเภทของการใช้งาน : ผลิตภัณฑ์จากกระดาษกล้วย เช่น กระดาษห่อของขวัญ ห่อผลิตภัณฑ์
+
          เกิดขึ้นจากการร่วมตัวของประชาชนในชุมชนเทพนิมิตสามัคคี ที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรปลูกกล้วย ซึ่งพบว่าหลังจากตัดกล้วยขายแล้ว ต้นกล้วยต้องตัดทิ้งเป็นจำนวนมาก จึงมีแนวคิดที่จะน้ำต้นกล้วยที่ตัดทิ้งมาใช้ประโยชน์จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากต้นกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน
กล่องกระดาษกล้วย ฯลฯ
+
          หลักการและเหตุผลของโครงการ คือ การปฏิรูปภาคการเกษตรให้เกิดผลสำเร็จจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชุม เริ่มจากการคิด วิเคราะห์ปัญหา และเสนอความต้องการในการแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและดำเนินโครงการด้วยการน้อมนำหลักการทฤษฎีและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรต่าง ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานไว้ และให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 - 2579) ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศ และภาคการเกษตร รวมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง จนถึง ปลายทาง โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายในการพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้า เกษตร (ศพก.) ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางการเกษตรของชุมชน และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตรในระดับพื้นที่ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้จัดทำโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนโดยมีหลักการสาคัญคือ ให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดโครงการพัฒนาโดยผ่านกระบวนการ มีส่วนร่วมของชุมชน และบริหารจัดการโครงการด้วยตนเอง ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนแล้ว ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกการทำงานในพื้นที่ ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์และนำไปปฏิบัติจริงเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับสภาพของท้องถิ่นและชุมชนอันจะส่งผลต่อเนื่องให้ภาคการเกษตรมีความ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป
7. กระบวนการผลิต/ขั้นตอนการใช้งาน
+
          โดยมีนางฉวีวรรณ อินทยา อายุ 45 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 6 กึ่งอำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร เป็นหัวหน้าโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากต้นกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากจังหวัดกำแพงเพชร ให้ดำเนินการจัดทำตามโครงการดังกล่าว ซึ่งนางฉวีวรรณ อินทยา ได้ศึกษาเรียนรู้ร่วมกับกลุ่มสมาชิก กับกระบวนการขั้นตอนการทำกระดาษกล้วย โดยศึกษาจากอินเตอร์เน็ต ศึกษาจากผู้รู้เกี่ยวกับการทำกระดาษสา และได้ลองผิดลองถูกจนได้กระดาษกล้วยออกมาเป็นผลิตภัณฑ์
ขั้นตอนการทากระดาษจากเยื่อกล้วย การเตรียมวัตถุดิบ 1. ต้นต้นกล้วยที่ตัดผลแล้ว จานวน 100 กิโลกรัม 2. หั่นหรือสับให้เป็นชิ้นเล็กยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร
+
          ซึ่งในปัจจุบันได้มีการผลิตภัณฑ์กระดาษกล้วยเป็นแผ่น และทำเป็นเชือกกล้วย เพื่อเป็นนำไปต่อยอดทางผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์กับสินค้าในชุมชน โดยส่วนใหญ่จะผลิตตามรายการสั่งสินค้าจากลูกค้าต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่นำไปเป็นบรรจุภัณฑ์กับสินค้า และทางกลุ่มมีความต้องการในการพัฒนากระดาษกล้วยให้มีความคงทนมากกว่าปัจจุบัน และแปรรูปให้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย หรือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างรายได้ให้กลับกลุ่มเพิ่มมากขึ้น
3
+
==='''วัสดุผลิตภัณฑ์'''===
3. ล้างนาให้สะอาด แยกเศษวัสดุอื่นที่ไม่ใช่เนื้อเยื้อออกเช่นเศษดิน เศษใบไม้ ขั้นตอนการต้ม 1. นาเยื่อกล้วยที่เตรียมไว้ตามน้าหนักใส่ในภาชนะต้ม 2. ใส่น้าลงในหม้อต้ม 1 ใน 4 ของหม้อต้ม 3. ใช้เตาต้ม ซึ่งสามารถเลือกเตาต้มได้หลายวิถีเช่นเต่าต้มที่ใช้ฟืน หรือ แก็สหุงต้ม 4. ต้มเส้นใย ให้สุก ประมาณ 2 ชั่วโมง ขั้นตอนการปั่นเส้นใย 1. ล้างเส้นใยต้นกล้วยด้วยน้าให้สะอาด นาเข้าเครื่องปั่นเส้นใยขนาด 50 – 100 กิโลกรัม/ถัง เพื่อให้ เส้นใยแตกตัว นุ่ม เส้นใยไม่เกาะติดกันเป็นก้อน ประมาณ 10-20 นาที 2. นาไปบีบอัดหรือทาให้แห้ง 3. ฟอกขาวด้วย สารฟอกขาว 5-7 เปอร์เซ็นต์ 4. ล้างน้าสะอาดส่งย้อมสี ตามความต้องการ ขั้นตอนการฟอกย้อม นาเยื่อกล้วยฟอกย้อมในสารฟอกย้อม มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ที่นิยมใช้กันคือ คลอรีน และไฮโดรเจน เปอร์อ็อกไซด์ 5-10 เปอร์เซ็น ล้างน้าให้สะอาด นาเส้นใยไปย้อมสีตามต้องการสีย้อมเป็นสีเคมีให้สีสรรที่สดใส สีย้อมสมุนไพรเป็นสีธรรมชาติที่นามาต้มย้อมเช่นสีจากครั่ง สีจากเปลือกไม้มะเกลือหรือไม้ขนุน ขั้นตอนการกาหนดน้าหนักกระดาษ ก่อนที่จะนาเยื่อกระดาษไปแตะแผ่น จะต้องกาหนดน้าหนักของเยื่อกล้วยโดยการส่วนใหญ่มีมาตราฐาน ที่กาหนดน้าหนักไว้ 2 ลักษณะคือ 1. ตามความต้องการของตลาด ซึ่งกาหนดไว้ที่ กระดาษ 1 แผ่นขนาด 55 X 80 เซนติเมตร มีน้าหนักโดยเฉลี่ยที่ 300-400 กรัม / แผ่น 2. ตามความต้องการในการใช้งานตามความหนาเป็นพิเศษเช่นเพื่อใช้ในการทาบรรจุภัณฑ์ประเภทถุงกระดาษบรรจุภัณฑ์ 3. หรือตามแบบที่กาหนดเป็นอย่างอื่น ขั้นตอนเตรียมแตะแผ่น 1. นาเส้นใยที่ได้ปั้นก้อน ชั่งน้าหนัก ให้ได้น้าหนักก้อนละ 300 – 400 กรัม 2. นาเส้นใยกล้วยที่ชั่งน้าหนักแล้วมาแตะในเนรมิต เกลี่ยเส้นใยให้กระจายหนาบางเท่าๆกัน เครื่องมือและอุปกรณ์ 1. นาเฟรมสาหรับทาแผ่นกระดาษ ขนาด 55 X 80 เซนติเมตร จานวน 100-200 เนรมิต/คน เป็นขนาดมาตราฐานเดียวกับกระดาษสา กระดาษสับปะรด 2. กระบะน้าสาหรับแตะแผ่นกระดาษขนาดกว้าง X ยาว X สูง ( 60 X 90 X 10เซนติเมตร ) 3. โต๊ะทางานสาหรับแตะแผ่น 1 ตัว 4. ตะกล้าใส่เยื่อ 10 ใบ 5. บ่อล้างเส้นใยกล้วย ขนาด 100 เมตรX50 เซนติเมตร จานวน 5 บ่อ 6. ถังน้าสาหรับเติมน้า 1 ถัง 7. เครื่องสับเยื่อ ขนาด 3 แรงม้า 8. เครื่องปั่นเส้นใยขนาด 2 แรงม้า 1 เฟส
+
          กระดาษกล้วย
4
+
==='''ประเภทของการใช้งาน'''===
9. กระดาษที่ได้จากการแตะแผ่นใช้เวลาในการทาให้แห้งโดยการตากแดด หรือ อบด้วยความร้อนจากพลังงานความร้อนอื่นๆ 10. เก็บกระดาษทาความสะอาด คัดกระดาษที่ใช้ไม่ได้หรือไม่สมบูรณ์แยกออก เป็นสีธรรมชาติ สีต่างๆ ให้เรียบร้อย สาหรับกระดาษในส่วนที่ไม่สามารถส่งจาหน่ายเป็นแผ่นได้ควรเตรียมงานรองรับเพื่อทาผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้
+
          ผลิตภัณฑ์จากกระดาษกล้วย เช่น กระดาษห่อของขวัญ ห่อผลิตภัณฑ์ กล่องกระดาษกล้วย ฯลฯ
บทสรุป จากการดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาศิลปหัตถกรรมกระดาษกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี อาเภอบึงสามัคคี จังหวัดกาแพงเพชร พบว่า เป็นการรวมตัวของประชาชนในชุมชนเทพนิมิตสามัคคี ที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรปลูกกล้วย ซึ่งพบว่าหลังจากตัดกล้วยขายแล้ว ต้นกล้วยต้องตัดทิ้งเป็นจานวนมาก จึงมีแนวคิดที่จะน้าต้นกล้วยที่ตัดทิ้งมาใช้ประโยชน์จึงได้ดาเนินการจัดทาโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากต้นกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี อาเภอบึงสามัคคี จังหวัดกาแพงเพชร ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ซึ่งในปัจจุบันได้มีการผลิตภัณฑ์กระดาษกล้วยเป็นแผ่น และทาเป็นเชือกกล้วย เพื่อเป็นนาไปต่อยอดทาผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์กับสินค้าในชุมชน โดยส่วนใหญ่จะผลิตตามรายการสั่งสินค้าจากลูกค้าต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่นาไปเป็นบรรจุภัณฑ์กับสินค้า และทางกลุ่มมีความต้องการในการพัฒนากระดาษกล้วยให้มีความคงทนมากกว่าปัจจุบัน และแปรรูปให้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย หรือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้ให้กลับกลุ่มเพิ่มมากขึ้น
+
==='''กระบวนการผลิต/ขั้นตอนการใช้งาน'''===
ข้อมูลการสารวจ
+
          '''ขั้นตอนการทำกระดาษจากเยื่อกล้วย'''
1. แหล่งอ้างอิง
+
          '''การเตรียมวัตถุดิบ'''
กาญจนา นิ่มนวล. (2554). การพัฒนาส่วนผสมดินกระดาษสาหรับงานประดิษฐ์. กาแพงเพชร : มหาวิทยาลัยราชภัฏกาแพงเพชร.
+
              1. ต้นกล้วยที่ตัดผลแล้ว จำนวน 100 กิโลกรัม  
กระดาษ. (2559). [On - Line].Available :https://th.wikipedia.org/wiki/%. (2562 , มกราคม).
+
              2. หั่นหรือสับให้เป็นชิ้นเล็กยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร
ฉวีวรรณ อินทยา.(2562) บ้านเลขที่ 53 หมู่ 6 กึ่งอาเภอบึงสามัคคี จังหวัดกาแพงเพชร. สัมภาษณ์.
+
              3. ล้างนำให้สะอาด แยกเศษวัสดุอื่นที่ไม่ใช่เนื้อเยื้อออกเช่นเศษดิน เศษใบไม้  
(2562, มกราคม).
+
          '''ขั้นตอนการต้ม'''
วิบูลย์ ลี้สุวรรณ (2538). ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ : ต้นอ้อ แกรมมี่.
+
              1. นำเยื่อกล้วยที่เตรียมไว้ตามน้ำหนักใส่ในภาชนะต้ม
พรชัย สุจิตต์ (2529). หัตถกรรมพื้นบ้าน. สารนุกรมวัฒนธรรมภาคใต้. 10 : 4041-4047.
+
              2. ใส่น้ำลงในหม้อต้ม 1 ใน 4 ของหม้อต้ม  
อภัย นาคคง (2525). ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน เอกสารเผยแพร่ความรู้ อันดับ 10. กรุงเทพฯ : ศูนย์วัตนธรรม
+
              3. ใช้เตาต้ม ซึ่งสามารถเลือกเตาต้มได้หลายวิธี เช่น เตาต้มที่ใช้ฟืน หรือ แก็สหุงต้ม  
พื้นบ้านแห่งชาติ.
+
              4. ต้มเส้นใยให้สุก ประมาณ 2 ชั่วโมง  
2. วันเดือนปีที่สารวจ
+
          '''ขั้นตอนการปั่นเส้นใย'''
เดือนมกราคม พ.ศ.2562
+
              1. ล้างเส้นใยต้นกล้วยด้วยน้ำให้สะอาด นำเข้าเครื่องปั่นเส้นใยขนาด 50 – 100 กิโลกรัม/ถัง เพื่อให้เส้นใยแตกตัว นุ่ม เส้นใยไม่เกาะติดกันเป็นก้อน ประมาณ 10-20 นาที  
3. วันปรับปรุงข้อมูล
+
              2. นำไปบีบอัดหรือทำให้แห้ง
ยังไม่มีการปรับปรุงข้อมูล
+
              3. ฟอกขาวด้วย สารฟอกขาว 5-7 เปอร์เซ็นต์  
4. ผู้สารวจข้อมูล
+
              4. ล้างน้ำสะอาดส่งย้อมสี ตามความต้องการ  
นางสาวธฤษวรรณ ธรรมสอน
+
          '''ขั้นตอนการฟอกย้อม'''
5. คาสาคัญ
+
              นำเยื่อกล้วยฟอกย้อมในสารฟอกย้อม มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ที่นิยมใช้กันคือ คลอรีน และไฮโดรเจน เปอร์อ็อกไซด์ 5-10 เปอร์เซ็นต์ ล้างน้ำให้สะอาด นำเส้นใยไปย้อมสีตามต้องการ สีย้อมเป็นสีเคมีให้สีสรรที่สดใส สีย้อมสมุนไพรเป็นสีธรรมชาติที่นามาต้มย้อมเช่นสีจากครั่ง สีจากเปลือกไม้มะเกลือหรือไม้ขนุน  
ภูมิปัญญาศิลปหัตถกรรม , กระดาษกล้วย
+
          '''ขั้นตอนการกำหนดน้ำหนักกระดาษ'''
 +
              ก่อนที่จะนาเยื่อกระดาษไปแตะแผ่น จะต้องกำหนดน้ำหนักของเยื่อกล้วยโดยการส่วนใหญ่มีมาตรฐาน ที่กำหนดน้ำหนักไว้ 2 ลักษณะคือ  
 +
              1. ตามความต้องการของตลาด ซึ่งกำหนดไว้ที่กระดาษ 1 แผ่นขนาด 55 X 80 เซนติเมตร มีน้ำหนักโดยเฉลี่ยที่ 300-400 กรัม / แผ่น  
 +
              2. ตามความต้องการในการใช้งานตามความหนาเป็นพิเศษเช่น เพื่อใช้ในการทำบรรจุภัณฑ์ประเภทถุงกระดาษบรรจุภัณฑ์
 +
              3. หรือตามแบบที่กาหนดเป็นอย่างอื่น  
 +
          '''ขั้นตอนเตรียมแตะแผ่น'''
 +
              1. นำเส้นใยที่ได้ปั้นก้อน ชั่งน้าหนัก ให้ได้น้ำหนักก้อนละ 300 – 400 กรัม  
 +
              2. นำเส้นใยกล้วยที่ชั่งน้าหนักแล้วมาแตะในเนรมิต เกลี่ยเส้นใยให้กระจายหนาบางเท่า ๆ กัน
 +
          '''เครื่องมือและอุปกรณ์'''
 +
              1. นำเฟรมสำหรับทำแผ่นกระดาษ ขนาด 55 X 80 เซนติเมตร จำนวน 100-200 เนรมิต/คน เป็นขนาดมาตรฐานเดียวกับกระดาษสา กระดาษสับปะรด  
 +
              2. กระบะน้ำสำหรับแตะแผ่นกระดาษขนาดกว้าง X ยาว X สูง ( 60 X 90 X 10 เซนติเมตร )  
 +
              3. โต๊ะทำงานสำหรับแตะแผ่น 1 ตัว  
 +
              4. ตะกร้าใส่เยื่อ 10 ใบ  
 +
              5. บ่อล้างเส้นใยกล้วย ขนาด 100 เมตร X 50 เซนติเมตร จำนวน 5 บ่อ  
 +
              6. ถังน้ำสำหรับเติมน้า 1 ถัง  
 +
              7. เครื่องสับเยื่อ ขนาด 3 แรงม้า  
 +
              8. เครื่องปั่นเส้นใยขนาด 2 แรงม้า 1 เฟส
 +
              9. กระดาษที่ได้จากการแตะแผ่นใช้เวลาในการทาให้แห้งโดยการตากแดด หรือ อบด้วยความร้อนจากพลังงานความร้อนอื่น ๆ
 +
              10. เก็บกระดาษทำความสะอาด คัดกระดาษที่ใช้ไม่ได้หรือไม่สมบูรณ์แยกออก เป็นสีธรรมชาติ สีต่าง ๆ ให้เรียบร้อย สำหรับกระดาษในส่วนที่ไม่สามารถส่งจำหน่ายเป็นแผ่นได้ควรเตรียมงานรองรับเพื่อทำผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้
 +
          '''บทสรุป'''
 +
          จากการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาศิลปหัตถกรรมกระดาษกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร พบว่า เป็นการรวมตัวของประชาชนในชุมชนเทพนิมิตสามัคคี ที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรปลูกกล้วย ซึ่งพบว่า หลังจากตัดกล้วยขายแล้ว ต้นกล้วยต้องตัดทิ้งเป็นจำนวนมาก จึงมีแนวคิดที่จะน้ำต้นกล้วยที่ตัดทิ้งมาใช้ประโยชน์จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากต้นกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ซึ่งในปัจจุบันได้มีการผลิตภัณฑ์กระดาษกล้วยเป็นแผ่น และทำเป็นเชือกกล้วย เพื่อนำไปต่อยอดทำผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์กับสินค้าในชุมชน โดยส่วนใหญ่จะผลิตตามรายการสั่งสินค้าจากลูกค้าต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่นำไปเป็นบรรจุภัณฑ์กับสินค้า และทางกลุ่มมีความต้องการในการพัฒนากระดาษกล้วยให้มีความคงทนมากกว่าปัจจุบัน และแปรรูปให้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย หรือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างรายได้ให้กลับกลุ่มเพิ่มมากขึ้น
 +
=='''ข้อมูลการสำรว'''จ==
 +
==='''วันเดือนปีที่สารวจ'''===
 +
          เดือนมกราคม พ.ศ.2562
 +
==='''วันปรับปรุงข้อมูล'''===
 +
          -
 +
==='''ผู้สำรวจข้อมูล'''===
 +
          นางสาวธฤษวรรณ ธรรมสอน
 +
==='''คำสาคัญ'''===
 +
          ภูมิปัญญาศิลปหัตถกรรม, กระดาษกล้วย

รุ่นแก้ไขปัจจุบันเมื่อ 17:40, 14 เมษายน 2564

ข้อมูลทั่วไป[แก้ไข]

ชื่อเรียก[แก้ไข]

         กระดาษกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี

ชื่อเรียกอื่น ๆ[แก้ไข]

         ไม่มี

คำอธิบาย[แก้ไข]

         กระดาษที่ทำมาจากเยื่อกล้วย ผ่านกระบวนการในการผลิตกระดาษจนได้เป็นกระดาษกล้วย เพื่อนำมาเป็นผลิตภัณฑ์ หรือนำมาเป็นบรรจุภัณฑ์ของสินค้าต่าง ๆ

สถานที่[แก้ไข]

         ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร 
         ประวัติความเป็นมาของชุมชนเทพนิมิตสามัคคี 
         เดิมตำบลเทพนิมิต ขึ้นอยู่กับตำบลระหาน เมื่อปี พ.ศ.2538 จึงแยกออกมาเป็นตำบลเทพนิมิต มีการปกครองจำนวน 9 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 บ้านบึงลาด หมู่ที่ 2 บ้านเนินมะกอก หมู่ที่ 3 บ้านใหม่เจริญสุข หมู่ที่ 4 บ้านโพธิ์เอน หมู่ที่ 5 บ้านวังเจ้า หมู่ที่ 6 บ้านกระบวยทองเหนือ หมู่ที่ 7 บ้านโนนพลวง หมู่ที่ 8 บ้านสามขา และหมู่ที่ 9 บ้านมาบไผ่ 
         พื้นที่ 
         สภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มเหมาะสาหรับทาการเกษตร 
         เขตพื้นที่
         ตำบลเทพนิมิต ตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันออกของจังหวัดกำแพงเพชร มีพื้นที่โดยประมาณ 41,680 ไร่ หรือ 41.32 ตารางกิโลเมตร เป็นที่ราบเหมาะแก่การประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรม ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำนา ทำไร่ (ข้าว, ข้าวโพด, อ้อย) ทำสวน (ส้ม, มะปราง, กล้วย) มีระยะห่างจากอำเภอบึงสามัคคีประมาณ 11 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากจังหวัดกำแพงเพชร เป็นระยะทาง 75 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้ 
             ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลวังชะโอน กิ่งอำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร 
             ทิศใต้ ติดกับ ตำบลระหาน กิ่งอาเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร 
             ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลระหาน กิ่งอำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร 
             ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลยางสูง กิ่งอำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร 
         อาชีพ 
         อาชีพหลัก ทำนา 
         อาชีพเสริม ค้าขาย 
         สาธารณูปโภค 
         จำนวนครัวเรือนที่มีไฟฟ้าใช้ในเขต อบต. 1,028 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 75.00 ของจานวนหลังคาเรือน 
         การเดินทาง 
         ออกจากตัวจังหวัดมาทางทิศใต้ หรือออกจากตัวกิ่งอาเภอบึงสามัคคี 12 กม. การเดินทางไปมาสะดวก มีถนนเชื่อมติดต่อทุกหมู่บ้าน ตาบล อาเภอ และจังหวัด เดินทางโดยรถยนต์เท่านั้น
         ความเป็นมาของกระดาษกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี 
         เกิดขึ้นจากการร่วมตัวของประชาชนในชุมชนเทพนิมิตสามัคคี ที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรปลูกกล้วย ซึ่งพบว่าหลังจากตัดกล้วยขายแล้ว ต้นกล้วยต้องตัดทิ้งเป็นจำนวนมาก จึงมีแนวคิดที่จะน้ำต้นกล้วยที่ตัดทิ้งมาใช้ประโยชน์จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากต้นกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน
         หลักการและเหตุผลของโครงการ คือ การปฏิรูปภาคการเกษตรให้เกิดผลสำเร็จจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชุม เริ่มจากการคิด วิเคราะห์ปัญหา และเสนอความต้องการในการแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและดำเนินโครงการด้วยการน้อมนำหลักการทฤษฎีและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรต่าง ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานไว้ และให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 - 2579) ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศ และภาคการเกษตร รวมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง จนถึง ปลายทาง โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายในการพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้า เกษตร (ศพก.) ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางการเกษตรของชุมชน และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตรในระดับพื้นที่ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้จัดทำโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนโดยมีหลักการสาคัญคือ ให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดโครงการพัฒนาโดยผ่านกระบวนการ มีส่วนร่วมของชุมชน และบริหารจัดการโครงการด้วยตนเอง ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนแล้ว ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกการทำงานในพื้นที่ ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์และนำไปปฏิบัติจริงเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับสภาพของท้องถิ่นและชุมชนอันจะส่งผลต่อเนื่องให้ภาคการเกษตรมีความ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป
         โดยมีนางฉวีวรรณ อินทยา อายุ 45 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 6 กึ่งอำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร เป็นหัวหน้าโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากต้นกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากจังหวัดกำแพงเพชร ให้ดำเนินการจัดทำตามโครงการดังกล่าว ซึ่งนางฉวีวรรณ อินทยา ได้ศึกษาเรียนรู้ร่วมกับกลุ่มสมาชิก กับกระบวนการขั้นตอนการทำกระดาษกล้วย โดยศึกษาจากอินเตอร์เน็ต ศึกษาจากผู้รู้เกี่ยวกับการทำกระดาษสา และได้ลองผิดลองถูกจนได้กระดาษกล้วยออกมาเป็นผลิตภัณฑ์
         ซึ่งในปัจจุบันได้มีการผลิตภัณฑ์กระดาษกล้วยเป็นแผ่น และทำเป็นเชือกกล้วย เพื่อเป็นนำไปต่อยอดทางผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์กับสินค้าในชุมชน โดยส่วนใหญ่จะผลิตตามรายการสั่งสินค้าจากลูกค้าต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่นำไปเป็นบรรจุภัณฑ์กับสินค้า และทางกลุ่มมีความต้องการในการพัฒนากระดาษกล้วยให้มีความคงทนมากกว่าปัจจุบัน และแปรรูปให้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย หรือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างรายได้ให้กลับกลุ่มเพิ่มมากขึ้น

วัสดุผลิตภัณฑ์[แก้ไข]

         กระดาษกล้วย

ประเภทของการใช้งาน[แก้ไข]

         ผลิตภัณฑ์จากกระดาษกล้วย เช่น กระดาษห่อของขวัญ ห่อผลิตภัณฑ์ กล่องกระดาษกล้วย ฯลฯ

กระบวนการผลิต/ขั้นตอนการใช้งาน[แก้ไข]

         ขั้นตอนการทำกระดาษจากเยื่อกล้วย 
         การเตรียมวัตถุดิบ 
             1. ต้นกล้วยที่ตัดผลแล้ว จำนวน 100 กิโลกรัม 
             2. หั่นหรือสับให้เป็นชิ้นเล็กยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร
             3. ล้างนำให้สะอาด แยกเศษวัสดุอื่นที่ไม่ใช่เนื้อเยื้อออกเช่นเศษดิน เศษใบไม้ 
         ขั้นตอนการต้ม 
             1. นำเยื่อกล้วยที่เตรียมไว้ตามน้ำหนักใส่ในภาชนะต้ม 
             2. ใส่น้ำลงในหม้อต้ม 1 ใน 4 ของหม้อต้ม 
             3. ใช้เตาต้ม ซึ่งสามารถเลือกเตาต้มได้หลายวิธี เช่น เตาต้มที่ใช้ฟืน หรือ แก็สหุงต้ม 
             4. ต้มเส้นใยให้สุก ประมาณ 2 ชั่วโมง 
          ขั้นตอนการปั่นเส้นใย 
             1. ล้างเส้นใยต้นกล้วยด้วยน้ำให้สะอาด นำเข้าเครื่องปั่นเส้นใยขนาด 50 – 100 กิโลกรัม/ถัง เพื่อให้เส้นใยแตกตัว นุ่ม เส้นใยไม่เกาะติดกันเป็นก้อน ประมาณ 10-20 นาที 
             2. นำไปบีบอัดหรือทำให้แห้ง 
             3. ฟอกขาวด้วย สารฟอกขาว 5-7 เปอร์เซ็นต์ 
             4. ล้างน้ำสะอาดส่งย้อมสี ตามความต้องการ 
         ขั้นตอนการฟอกย้อม 
             นำเยื่อกล้วยฟอกย้อมในสารฟอกย้อม มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ที่นิยมใช้กันคือ คลอรีน และไฮโดรเจน เปอร์อ็อกไซด์ 5-10 เปอร์เซ็นต์ ล้างน้ำให้สะอาด นำเส้นใยไปย้อมสีตามต้องการ สีย้อมเป็นสีเคมีให้สีสรรที่สดใส สีย้อมสมุนไพรเป็นสีธรรมชาติที่นามาต้มย้อมเช่นสีจากครั่ง สีจากเปลือกไม้มะเกลือหรือไม้ขนุน 
         ขั้นตอนการกำหนดน้ำหนักกระดาษ 
             ก่อนที่จะนาเยื่อกระดาษไปแตะแผ่น จะต้องกำหนดน้ำหนักของเยื่อกล้วยโดยการส่วนใหญ่มีมาตรฐาน ที่กำหนดน้ำหนักไว้ 2 ลักษณะคือ 
             1. ตามความต้องการของตลาด ซึ่งกำหนดไว้ที่กระดาษ 1 แผ่นขนาด 55 X 80 เซนติเมตร มีน้ำหนักโดยเฉลี่ยที่ 300-400 กรัม / แผ่น 
             2. ตามความต้องการในการใช้งานตามความหนาเป็นพิเศษเช่น เพื่อใช้ในการทำบรรจุภัณฑ์ประเภทถุงกระดาษบรรจุภัณฑ์ 
             3. หรือตามแบบที่กาหนดเป็นอย่างอื่น 
         ขั้นตอนเตรียมแตะแผ่น 
             1. นำเส้นใยที่ได้ปั้นก้อน ชั่งน้าหนัก ให้ได้น้ำหนักก้อนละ 300 – 400 กรัม 
             2. นำเส้นใยกล้วยที่ชั่งน้าหนักแล้วมาแตะในเนรมิต เกลี่ยเส้นใยให้กระจายหนาบางเท่า ๆ กัน 
         เครื่องมือและอุปกรณ์ 
             1. นำเฟรมสำหรับทำแผ่นกระดาษ ขนาด 55 X 80 เซนติเมตร จำนวน 100-200 เนรมิต/คน เป็นขนาดมาตรฐานเดียวกับกระดาษสา กระดาษสับปะรด 
             2. กระบะน้ำสำหรับแตะแผ่นกระดาษขนาดกว้าง X ยาว X สูง ( 60 X 90 X 10 เซนติเมตร ) 
             3. โต๊ะทำงานสำหรับแตะแผ่น 1 ตัว 
             4. ตะกร้าใส่เยื่อ 10 ใบ 
             5. บ่อล้างเส้นใยกล้วย ขนาด 100 เมตร X 50 เซนติเมตร จำนวน 5 บ่อ 
             6. ถังน้ำสำหรับเติมน้า 1 ถัง 
             7. เครื่องสับเยื่อ ขนาด 3 แรงม้า 
             8. เครื่องปั่นเส้นใยขนาด 2 แรงม้า 1 เฟส
             9. กระดาษที่ได้จากการแตะแผ่นใช้เวลาในการทาให้แห้งโดยการตากแดด หรือ อบด้วยความร้อนจากพลังงานความร้อนอื่น ๆ 
             10. เก็บกระดาษทำความสะอาด คัดกระดาษที่ใช้ไม่ได้หรือไม่สมบูรณ์แยกออก เป็นสีธรรมชาติ สีต่าง ๆ ให้เรียบร้อย สำหรับกระดาษในส่วนที่ไม่สามารถส่งจำหน่ายเป็นแผ่นได้ควรเตรียมงานรองรับเพื่อทำผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้
         บทสรุป 
         จากการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาศิลปหัตถกรรมกระดาษกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร พบว่า เป็นการรวมตัวของประชาชนในชุมชนเทพนิมิตสามัคคี ที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรปลูกกล้วย ซึ่งพบว่า หลังจากตัดกล้วยขายแล้ว ต้นกล้วยต้องตัดทิ้งเป็นจำนวนมาก จึงมีแนวคิดที่จะน้ำต้นกล้วยที่ตัดทิ้งมาใช้ประโยชน์จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากต้นกล้วย ชุมชนเทพนิมิตสามัคคี อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ซึ่งในปัจจุบันได้มีการผลิตภัณฑ์กระดาษกล้วยเป็นแผ่น และทำเป็นเชือกกล้วย เพื่อนำไปต่อยอดทำผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์กับสินค้าในชุมชน โดยส่วนใหญ่จะผลิตตามรายการสั่งสินค้าจากลูกค้าต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่นำไปเป็นบรรจุภัณฑ์กับสินค้า และทางกลุ่มมีความต้องการในการพัฒนากระดาษกล้วยให้มีความคงทนมากกว่าปัจจุบัน และแปรรูปให้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย หรือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างรายได้ให้กลับกลุ่มเพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลการสำรว[แก้ไข]

วันเดือนปีที่สารวจ[แก้ไข]

         เดือนมกราคม พ.ศ.2562

วันปรับปรุงข้อมูล[แก้ไข]

         -

ผู้สำรวจข้อมูล[แก้ไข]

         นางสาวธฤษวรรณ  ธรรมสอน

คำสาคัญ[แก้ไข]

         ภูมิปัญญาศิลปหัตถกรรม, กระดาษกล้วย